เรื่องเด่น มีวิธีเช็คยังไงครับว่าเป็นพระโพธิสัตว์ที่รับพยากรณ์แล้ว

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย ทอนเงิน, 28 มีนาคม 2017.

  1. ณฉัตร

    ณฉัตร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 เมษายน 2015
    โพสต์:
    624
    ค่าพลัง:
    +752
    ไม่ต้องระลึกอะไรครับ ถ้าท่านเห็นโลกเป็นทุกข์ แล้วปรารถนาให้คนอื่นพ้นทุกข์ และท่านมองทุกข์คนอื่นสำคัญกว่าทุกข์ของตนเองแม้น้อยนิด เพียงเท่านี้มีส่วนแห่งโพธิจิตแล้ว
     
  2. Gunny158

    Gunny158 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +4
    สวัสดีครับ คำตอบนี้ตั้งใจเขียนให้ คุณทอนเงินโดยเฉพาะนะครับ
    ******ฉะนั้น ตั้งใจอ่าน และควรอ่านให้ละเอียดหลายๆรอบนะครับ เพราะผมไม่ค่อยได้มาตอบ
    และ คิดว่าคงไม่ช้าไปที่จะมาตอบนะครับ พอดีไม่ได้เข้าเว็บนี้มานานมากแล้ว พอดีเห็นกระทู้นี้ แล้ว มองเห็นตัวเองในอดีต เข้าใจความรู้สึกของเจ้าของกระทู้ ว่า การสร้างบารมีต้องใช้เวลานานหลายอสงไขย กำลังใจ จึงเป็นสิ่งสำคัญทีเดียว เป็นกำลังใจให้นะครับ เพราะแม้แต่ พระพุทธเจ้าของเรา ก็ยังต้องใช้กำลังใจมากทีเดียว จะเห็นได้จาก แม้ชาติสุดท้ายที่พระองค์เป็น
    เจ้าชายสิทธัตถะ พระองค์ก็ยังเสี่ยงลอยถาดทอง โดยอธิษฐานว่า หากสำเร็จ ขอให้ถาดทองลอยทวนน้ำ เฉกเช่นเดียวกับพระพุทธเจ้าองค์ก่อน ก็ทำเช่นเดียวกันครับ
    การที่จะทราบว่า เป็นนิยตะโพธิสัตว์ นอกจากวิธีที่คนอื่นกล่าว มา ยังมีวิธีทางอ้อม ได้หลายวิธีครับ

    1. ดูจากกำลังใจของเราครับ เพราะบารมี คือ กำลังใจ นิยตะโพธิสัตว์ ต้องมี ปรมัตบารมี พร้อมหมายถึงมีกำลังใจแน่วแน่ที่จะสละชีวิตเพื่อทำความดีหรือสร้างบารมีได้หรือไม่ ถ้าจิตใจแน่วแน่แบบนี้ ถึงจะเข้าขั้น นิยตโพธิสัตว์ครับ ในวันที่มีความทุกข์ที่สุด ผมเคยถามว่า อยากจะลาพุทธภูมิหรือไม่ คำตอบที่ได้ คือ ไม่ครับ ไม่เคยมีวันไหนที่มีความคลางแคลงใจ ในการลาพุทธภูมิสักวัน แม้ในวันที่ทุกข์ หรือ ลำบากที่สุดในชีวิตครับ ถ้า ยังมีความลังเล เดี๋ยวลา เดี๋ยวไม่ลา (ไม่จำเป็นต้องอ้างว่า พอจะลาแล้ว มีเหตุการ์ณ์อย่างนี้ไม่ให้ลา แล้วสรุปว่าทึกทักเองว่าเราเป็นนิยตโพธิสัตว์ อันนี้ไม่ใช่ของแท้ครับ) เพราะ ถ้าบารมีเต็มแล้ว จะไม่มีคำว่า ลา อยู่ในสารระบบ ของนิยตโพธิสัตว์แน่นอนครับ ถ้าคิดจะลา แม้เสี้ยวนาที แสดงว่า กำลังใจยังไม่เต็มครับ บารมียังไม่เต็มครับ ยังไม่ผ่าน ข้อ ต่อไป อ่านข้อ 2 ก่อนนะครับ เพราะเกิดก่อน

    3. อธิษฐานบารมีครับ อย่างที่เกริ่นมาแต่ต้น ว่า อธิษฐานบารมี คือ หนึ่งในบารมีสิบทัศน์ ที่มีความสำคัญไม่แพ้กับบารมีข้ออื่นๆ ซึ่งก็คือ กำลังใจครับ ถ้าอยากทราบก็อธิษฐานขอทราบว่า เราเป็นนิยตหรือไม่ครับ แต่ การอธิษฐาน ไม่ใช่ว่า นึกจะอธิษฐาน แล้วก็จะได้คำตอบเลยนะครับ ก็ต้องมีเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดผลด้วย คือ เราต้องทำบุญใหญ่ ด้วยจิตอันเป็นกุศล และด้วยความอยากรู้จริงๆ โดยอธิษฐาน ขอให้ทราบ เพื่อที่เราจะได้มีกำลังใจในการสร้างบารมีต่อไป
    (อย่างที่ผมบอกว่า ไม่แปลก ที่เราจะมีกำลังใจตกบ้าง ในบางคราว เพราะแม้แต่พระพุทธเจ้า ของเราก็ยังต้องอธิษฐานเสี่ยงทายแม้ในชาติสุดท้ายของพระองค์)

    ตอนผมอธิษฐาน คือ ในขณะที่ผมบวชเป็นภิกษุแล้ว และมีจิตตั้งมั่นในการอธิษฐาน คือ อยากรู้จริงๆ ไม่ใช่อยากรู้พร่ำเพรื่อ โดยอธิษฐานว่า หากเราเป็นนิยตโพธิสัตว์ ขอให้มีเหตุบอกเราในเวลาสามวันนี้ด้วยเทอญ เป็นตอนกลางคืนที่ผมอธิษฐาน หน้ากุฎิ มีอ่างบัว ที่มีบัวใกล้ตาย (ขอย้ำว่าใกล้ตายแล้วจริงๆ เพราะ มีใบเล็กๆเพียงหนึ่งใบ ที่ขาดล่อแล่ เพราะ ไม่มีใครดูแลก่อนหน้านี้) รุ่งเช้าของวันอธิษฐานหลังจากกลับจากบิณฑบาต มีดอกบัวผุดออกมาจากกอที่ใกล้ตาย ซึ่งตอนนั้นผมยังไม่คิดอะไร จนครบสามวัน ขณะกำลังรดน้ำต้นไม้ ซึ่งลืมเรื่องนี้ไปแล้ว คิดขึ้นมาเล่นๆว่า ถ้าดอกบัวนี้ คือ คำบอกว่า เราเป็นนิยตโพธิสัตว์จริง วันนี้ คือ วันที่สาม ดอกบัวจะต้องหายไป เพียงชั่ว นาทีที่ผมเดินไปรดน้ำต้นไม้ แล้วเดินกลับมา ดอกบัวดอกนั้น พับลง เหมือนมีคนมาหักครึ่ง อย่างไม่น่าเชื่อครับ โดยที่ไม่มีใครอยู่แถวนั้นเลย เพราะกุฎิพระวัดป่า จะอยู่ห่างกันหลายเมตร ไม่มีทางที่ดอกบัวจะหักโดยคนอื่น ระยะเวลาแค่เดินไป 3 เมตร แล้วเดินกลับ แค่นั้นจริงๆ ได้คำตอบแล้ว คราวนั้น เป็นคราวสุดท้าย ที่ตั้งใจแล้ว ว่า เราจะไม่อธิษฐานพร่ำเพรื่อแบบนี้อีก ก็ทำตามสัญญาครับ ว่า รู้แล้วจะไม่อธิษฐานถามอีก

    2. การที่ได้อธิษฐานต่อหน้าพระพุทธเจ้า ในความกล่าวว่า นิยตโพธิสัตว์ จะต้องมีโอกาสอธิษฐานต่อหน้าพระพักตร์พระพุทธเจ้า แล้วได้รับ การพยากรณ์ ในเกือบทุกๆชาติที่เจอพระพุทธเจ้า ซึ่งแน่นอนว่า พระพุทธเจ้าเราไปนิพพานแล้ว ปัจจุบันนี้ เราไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ แต่อย่างน้อย ที่ผมคิดตอนนั้น คือ การที่เราได้เปล่งวาจา กับ ตัวแทนพระพุทธเจ้า ก็น่าจะทำให้เราอยู่ใน อุปบารมี เป็นอย่างน้อย จึงมีจิตตั้งมั่นว่า จะเปล่งวาจาอธิษฐานต่อหน้าพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า แต่แล้วก็มีเหตุอัศจรรย์เกิดขึ้นครับ ผมไปปฏิบัติกรรมฐานวิปัสนา 7 วัน ในวันที่ผมได้ปฏิบัติธรรม และได้บรรลุถึงอนุโลมญาณ ในวันที่ 5 มีเรื่องแปลกคือ ท่านเจ้าอาวาสวัดอินทร์ ได้อัญเชิญ พระบรมสารีริกธาตุพระธาตุเขี้ยวแก้ว ที่อัญเชิญมาจากศรีลังกา มาอยู่บนเวที ซึ่งปกติ ถ้าจะไปนมัสการพระธาตุ ต้องไปอีกแห่ง ไม่ใช่วัดนี้ แล้วก็ต้องต่อคิวนาน รวมถึง นมัสการในระยะไกลๆ น่าแปลกที่วันนี้ไม่มีคนมาเฝ้า เนื่องจากเป็นวันปีใหม่ เจ้าอาวาส อยากเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้มากราบไหว้อย่างใกล้ชิด เฉพาะผู้ที่มาปฏิบัติธรรมเท่านั้น เป็นกรณีพิเศษ (ซึ่งถ้าทราบดีว่า พระธาตุเขี้ยวแก้ว ที่นำมาจากศรีลังกา เป็นการชั่วคราว ต้องมีคนเฝ้าตลอดและไม่ให้เข้าใกล้พระธาตุ เนื่องจากกลัวการถูกขโมย) โดยจะให้ทุกคนลงไปกินข้าวกลางวันก่อน แล้วขึ้นมารวมกัน น่าแปลกมากที่ตอนกลางวันไม่มีใครขึ้นมานมัสการพระธาตุเลย ทุกคนลงไปกินข้าวกันหมด มีผมคนเดียว ที่ออกไปซื้อพวงมาลัยแล้วขึ้นมานมัสการเพียงคนเดียวและก็ได้ทำ เปล่งวาจาปรารถนาพุทธภูมิในชาตินี้ กับ พระธาตุเขี้ยวแก้ว ระยะห่างจากพระธาตุเพียงแค่ศอกเดียว ดีใจมาก ที่เราได้เปล่งวาจาอธิษฐานด้วย จิตอันเป็นมหากุศล กับตัวแทนของพระพุทธเจ้า เพราะได้อนุโลมญาณตอนนั้น เหมือนพระพุทธเจ้า กำลังจะบอกเป็นนัยกับผม ว่าพระองค์ท่านรับรู้ จึงทำให้มีเหตุการ์ณอัศจรรย์นี้เกิดขึ้น

    4. อย่างที่มีคนกล่าวไว้ข้อต้นๆแล้ว ว่า นิยตโพธิสัตว์ จะเข้าถึง อนุโลมญาณได้ อันนี้ผมก็ได้ครับ ซึ่งแน่นอน ว่ามันมีเหตุผล อยู่ครับ ว่า ทำไม นิยตโพธิสัตว์ ต้องได้อนุโลมญาณครับ เพราะเมื่อผ่านจุดรอยต่อ ทางเลือกแล้ว การที่มีจิตพุทธะ อันปราศจากการเจือด้วยกิเลส ได้ทำ สัตยาอธิษฐาน ย่อม มีผลบุญมากกว่า การอธิษฐานในขณะที่เป็นจิตปุถุชนครับ เป็นการตอกย้ำในความแน่วแน่ของการปรารถนาพุทธภูมิครับ ผมได้อนุโลมญาณในวันที่ 5 ของการปฎิบัติธรรมครับ

    ฉะนั้น ที่ผ่านมา ใครสงสัย หรือ มาบอกว่า ตัวเองเป็นอเสขบุคคลแล้ว ผมสามารถบอกได้ระดับนึงครับ ว่า ได้ของจริง หรือ ไม่ใช่ของจริง เพราะผ่านมาแล้ว ยังมีเหตุการ์ณอีกมากเอาแค่นี้ก่อน

    ปล. จุดประสงค์ของการตอบกระทู้นี้ เผื่อให้คุณทอนเงินมีกำลังใจในการปฏิบัติต่อไปนะครับ ไม่อยากให้ถามแล้ว ละเลยการปฏิบัติไปนะครับ เพราะการเกิดในสมัยที่มีพระพุทธศาสนาอยู่นั้นยากแล้ว แต่การเกิดในสมัยของปัญญาธิกะพระพุทธเจ้า ในสมัยที่เราอยู่นี้ นั้นยิ่งยากกว่ามากกกกกกกนัก เพราะ ที่ผ่านมา มีปัญญาธิกะพระพุทธเจ้าองค์เดียวในรอบ 35 พระพุทธเจ้า ฉะนั้นจงอย่าเอา การเป็นหรือไม่เป็นนิยตโพธิสัตว์ มาขัดข้องให้มาก ตั้งใจปฏิบัติต่อไป เพราะผมก็ต้องทำเช่นกันครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 กุมภาพันธ์ 2018
  3. Gunny158

    Gunny158 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +4
    เพิ่มเติมเหตุการณ์ครับ ก่อนผมจะเกิด แม่ผมฝันว่า มีพระองค์หนึ่ง มีเข่าเพชรสองข้าง มีขนาดสูงใหญ่เท่ากับเจดีย์แห่งหนึ่ง ฝันเห็นอยู่สองครั้ง และจากนั้นจึงเกิดผมมา แม่ไม่เคยเล่นเรื่องนี้ให้ผมฟัง จน เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ผมได้มีโอกาสพาพ่อกับแม่ไปอินเดียครับ ได้ไปนมัสการ เจดีย์พุทธคยา เจดีย์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ วันนั้นเป็นวันแรก ที่แม่เล่าให้ฟังว่า ก่อนผมเกิดที่แม่ฝัน เห็นพระรูปหนึ่ง ยืนอยู่ข้างเจดีย์ ซึ่งก็คือ เจดีย์ที่พุทธคยาครับ พอดีแม่ผมจบ ป.4 แม่เลยไม่รู้จักเจดีย์นี้ จนแม่มาเห็นของจริง จึงได้รู้ว่า เจดีย์ที่แม่ฝัน คือ เจดีย์พุทธคยานั่นเองครับ
     
  4. Gunny158

    Gunny158 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +4
    อันนี้มาตอบ คุณ Veeravit นะครับ ก่อนอื่น ต้องบอกจุดประสงค์ ของการตอบนี้ก่อนนะครับ ตอบเพื่อในฐานะเป็น กัลยาณมิตรธรรม ที่เป็นพุทธภูมิด้วยกันนะครับ ไม่ได้ต้องการ discredit หรือ จุดประสงค์ในแง่ร้ายกับ คุณ Veeravit แต่อย่างใดนะครับ พอดี พยายามไล่อ่านกระทู้นี้ที่คุณตอบ ว่า คุณได้เป็น นิยตโพธิสัตว์ โดยดูจาก ญาณที่ได้ อันนี้ ก็ดีใจด้วยครับ แต่พอมาอ่านรายละเอียด ญาณที่คุณได้ไว้ Veeravit ผมก็ไม่มีความรู้มากหรอกนะครับ แต่รู้สึกว่า มันแหม่งๆ ยังไงไม่รู้ คุณ Veeravit อาจจะต้องทบทวน วิปัสนาญาณดูใหม่นะครับ มันไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ คุณ Veeravit เป็นศิษย์หลวงพ่อปราโมทย์ด้วย ความจริง ซีดีรุ่นก่อนๆ (ก่อนที่จะมีปัญหาฟ้องร้องกับโยมบางกลุ่ม) ความจริงก่อนหน้า หลวงพ่อปราโมทย์ เคยสอนสอดไส้ไว้ด้วยครับ ว่า การได้ วิปัสนาญาณมีสองส่วน (ซึ่งตรงกับที่ผมได้ แล้วเอามาเปรียบเทียบกับหลวงพ่อ เลยค่อนข้างมั่นใจว่า สิ่งที่ผมได้นั้นถูกต้องครับ) เพียงแต่ ข้อความที่หลวงพ่อเทศน์นั้น มีสั้นมาก แต่รับรองว่า มีซ๋อนไว้จริงๆ ถ้าคนไม่เคยผ่าน ตรงนี้ รับรองว่า จะต้องฟังแล้วผ่านไปเลย แต่พอดีผมจำข้อความนี้ได้แม่นมากครับ เพราะตัวเองเคยผ่านมาแล้ว แต่ปัจจุบัน พยายามนั่งฟัง ว่า อยู่ในแผ่นไหน หาไม่เจอ (เพราะตอนฟัง อัด mp3 ใส่เครื่องเล่นพกพา แล้วฟังเรื่อยๆ เลยไม่รู้ว่ามันอยู่แผ่นไหน) เอาเป็นว่า จากปัญญาที่ผมได้จากการปฏิบัติ และ จากที่อ่าน คุณ Veeravit อธิบาย มันมีบางส่วนที่จะผิดครับ (ส่วนใหญ่ก็เกือบถูก) แต่มีบาง key words ที่ทำให้ไม่แน่ใจว่า อนุโลมของจริงหรือเปล่า
    ปล. หากสติปัญญาน้อยนิดผมคิดผิดไปก็ขออภัยคุณ Veeravit ด้วยครับ ต้องขออโหสิกรรมล่วงหน้า ไม่ได้มีเจตนาปรามาสท่านแต่อย่างใด ต้องการเป็นกัลยาณมิตรที่ดีนะครับ สาธุ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 กุมภาพันธ์ 2018
  5. ทอนเงิน

    ทอนเงิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    381
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +380
    ขอบคุณที่มาเติมเต็มไห้นะครับและทุกสิ่งทุกอย่างก็ได้คลายลงไปด้วยการพาหมูคณะไปฝึกมโนมยิทธิครับสายหลวงพ่อวัดท่าซุงที่อุบลครับขอ อนุโมทนากับพระโพธิสัตว์ทุกท่านนะครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...